2009/Jan/25

 เริ่มกันที่ข่าวฮอทร้อนแรงที่อาจทำให้บรรดาสาวกแฟนหนัง Harry Potter ตาลุกวาวกันได้ด้วย Trailer  ใหม่ล่าสุดของหนังภาค 6 ที่ Warner Bros. ปล่อยออกมาสร้างกระแสทีญี่ปุ่นกันไปเมื่อไม่กี่วันมานี้เอง

 

Trailer นี้น่าจะเป็นตัวอย่างหนังแฟรนไชส์ในตระกูลพ่อมดน้อยที่น่าดูที่สุดเท่าที่นิเคยดูมา ... โดยส่วนตัวชอบหนังสือเล่ม 6 มากที่สุดในบรรดาหนังสือชุด 7 เล่ม แม้จะดำเนินเรื่องอืดอาดไปบ้าง แต่เจเค. โรวลิ่ง สามารถนำพาผู้อ่านดำดิ่งสู่เบื้องลึกในจิตใจมนุษย์ที่ยากหยั่งถึงได้อย่างมีชั้นเชิงและชวนคิดในหลายๆแง่ประเด็น ซึ่งด้วยวัยที่มากขึ้น (เรียกได้ว่าโตมาพร้อมกับแฮร์รี่) หนังสือเล่มนี้มีเชิงจิตวิทยาที่น่าสนใจมากๆเรื่องหนึ่งทีเดียว

ตัวอย่างหนังเริ่มโดยการแนะนำจาก แดเนียล แรดคลิฟ หนุ่มน้อยที่โตมาพร้อมๆกับการแสดงบทแฮร์รี่ พอตเตอร์แบบที่เรียกได้ว่ามีการพัฒนาการด้านการแสดงเชื่องช้ามากๆ แต่พี่ให้ให้อภัยได้(ถ้าให้หอมแก้มทีนึงนะจ๊ะ...)

 

ภาพตัดสลับไปมากับเหตุการณ์จริงและย้อนไปในภาพเหตุการณ์อดีต เทคนิคลูกเล่นแพรวพราวตามระดับงบประมาณการสร้างหนังที่มหาศาล  สีหน้าท่าทางการแสดงของพ่อหนุ่มแดนยังคงอยู่ในมาตรฐานเดิมๆ เช่นเดียวกับศาสตราจารย์ดัมเบิ้ลดอร์ที่ท่วงทีก็ยังคงเต็มไปด้วยปริศนา  หรือเพื่อนก๊วนเดิมๆที่ไม่ได้เด่นอะไรจากตัวอย่างนี้(อ่อ... มีแอบกรี๊ดด้วยความอิจฉาตาร้อนกับเลิฟซีนนั้น!!!)  แต่ที่น่าสนใจก็คือ นักแสดงใหม่คุณภาพเยี่ยมมีใบแปะหน้าผากว่าน่าจะเป็นสีสันของเรื่อง จิม บรอดเบนท์ รับบทเป็นศาสตราจารย์เกษียณแล้วแต่ได้รับหน้าที่ให้กลับมาสอนศาสตร์มืดในปีนี้แทน เห็นหน้าท่านแล้ว แต่ละประโยคในหนังสือก็ลอยมาเลยฮ่ะๆ   แล้วไหนจะแค่ตัวอย่างหนัง ก็ได้ดึงฉากสำคัญๆที่ถือว่าเป็นกุญแจในการไขปริศนาภาค 6 มาได้เกือบครบโดยที่ไม่เปิดเผยอะไรมากนักแต่ทำให้อยากดูอย่างแรง...!!!

ไม่ว่าจะฉากหน้าทางเข้าถ้ำลับหน้าผาริมทะเล ที่...มันสร้างความรู้สึกหวั่นเกรงและหวาดผวาได้เหมือนกับถอดออกจากหน้ากระดาษหนังสือจริงๆ  แล้วไหนจะยังฉากในถ้ำ ฉากพาไปในความทรงจำของลุงดัมอีก

น่าสนใจว่านักแสดงในเรื่องทุกคนจะเอาชนะความยอดเยี่ยมของฉาก พร๊อพ และเอฟเฟคได้ดีมากแค่ไหน (5 ภาคที่ผ่านมา แพ้เอฟเฟคหมดอ่ะนะ...)

 หลังจากตอนแรกว่าปีนี้จะประหยัดเงินไม่ดูภาคต่อแล้วนะ  เปลี่ยนใจแล้ว...เจอกันวันเข้าฉายวันแรกนะจ๊ะแฮร์รี่... เค้าจะเตรียมทิชชู่ไปเยอะๆ ....(หวังว่าหนังจะทำให้กระชากใจได้เท่ากับหนังสือนะ)

 

 

กำหนดการเข้าฉายหนัง Harry Potter and the hal-blood prince คือวันที่ 17 กรกฏาคม ... อยากไปดูโรง I-max จังเลย (คราวนี้คงไม่เลื่อนฉายแล้วนะจ๊ะ)

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

สัปดาห์นี้นับว่ามีข่าวดีๆสำหรับคอหนังเยอะหลายข่าวมากๆ  ไล่กันที่ข่าวแรก (ถอดแบบการดำเนินรายการจากพี่สรยุทธ์ข่าวเช้า ... ฮ่าๆ)

 

หลังจากลุ้นหืดขึ้นคอว่า Watchmen จะต้องเลื่อนฉายไปอย่างไม่มีกำหนดหรือไม่  ในที่สุดก็ทั้ง 2 ค่ายผู้ผลิต-ผู้จัดจำหน่ายขึ้นโรงขึ้นศาลตกลงกันได้ลงตัวว่ากำหนดฉายนั้นคงเดิม!!!!  เย้ๆ.... 6 มีนาคม ตามเวลาอเมริกาบ้านเค้าจ้า  น่าจะเป็นการฉลองซัมเมอร์ที่ดีทีเดียว  เลยเอา TV-spot clip ตัวล่าสุดมาให้ชมน้า > [url]http://www.youtube.com/watch?v=L3GPSp4TAMs[/url]

 

ข่าวที่สอง  ไม่เพียงแค่ปีนี้จะเป็นปีแรกที่จะมีโอกาสได้ชมงานประกาศผลรางวัลออสการ์อย่างแช่มชื่นด้วย พี่ฮิวจ์ แจ็คแมน จะมาเป็นพิธีการหลักแล้ว  ทางคณะกรรมการผู้จัดงานออสการ์ก็ได้จัดแถลงข่าวผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์ 2009 ไปแล้วเรียบร้อยเมื่อไม่กี่วันก่อนนี้เอง  งานนี้ดีใจหลายอย่าง เพราะ เคท วินสเลต ได้เข้าชิงดารานำหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง The Reader ... และ ฮีท เลดเจอร์ ได้เข้าชิงสมทบชายยอดเยี่ยมจากบทโจ๊กเกอร์แห่งประวัติศาสตร์ฮอลลีวูด จาก Batman : The Dark Knight 

 

อันที่จริงก็มีแอบผิดหวังบางรายการ เช่น เสียดายที่ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอไม่ได้เข้าชิงจากบทบาทที่ยอดเยี่ยมใน The Revolutionary Road (เชียร์ด้วยความชอบส่วนตัวล้วนๆ 555+) แล้วยังจะลุง...เอ๊ะ หรือคุณตาคลินท์ อีสต์วูดจากบทตาแก่ชอบถุยน้ำลายเหยียดผิวในเรื่อง Gran Torino ก็ปิ๋วจากรายชื่อ  แต่ก็นะ ปีนี้สาขานำชายแข็งที่สุดแล้วในบรรดารางวัลใหญ่ๆ   

 

 

ข่าวสุดท้าย จัดว่ายังไม่ใช่ข่าวดีเต็มๆ แต่ก็...เรียกว่าได้มีลุ้นก็น่าจะถือว่าข่าวดีได้  เพราะจากข่าวประกาศการสร้าง New Moon ภาคต่อของ Twilight ที่ตอนแรก ผู้กำกับหญิง แคทเทอรีน ฮาร์ดวิกประกาศถอนตัวไป ก็เศร้าใจพอแล้ว

 ตามมาด้วยข่าวลือที่ว่า วาเนสซ่า ฮัดเจนส์ สนใจจะมารับบทหนึ่งในสาวมนุษย์หมาป่าของเรื่อง ก็กลัวหนังภาคต่อชั้นดีจะออกป่าออกดงไปจนกู่ไม่กลับ 

 

แต่ข่าวล่าสุดนี้น่าจะทำให้สาวกหนังเรื่องนี้เบาใจว่า ทุกอย่างคงไม่มืดมนหมดแน่ในภาค 2 นี้เนื่องจาก สาวน้อยดาโกต้า แฟนนิ่ง กำลังอยู่ในระหว่างการเจรจารับบทแวมไพร์สาวชาวอิตาเลียน นามว่า "เจน" ใน New Moon นี้

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

Credit : www.comingsoon.net  ขอบคุณสำหรับข่าวอัพเดทดีๆค่า 

 

 

 

 

 

 

 

edit @ 25 Jan 2009 16:12:52 by ~ Alizella ~

edit @ 25 Jan 2009 16:13:50 by ~ Alizella ~

2009/Jan/07

ในบรรดาหนังปี 2009 ที่จะเข้าฉายในบ้านเรา และ อาจลงแผ่นในบ้านเรา มีรายชื่อหนังที่จัดได้ว่า "ต้องดู" "ไม่ดูไม่ได้แล้ว" "อยากดูอย่างแรงงง..." ยาวเป็นหางว่าว  ไล่กันตั้งแต่หนังแฟรนไชส์ภาคต่อที่หลงติดตามตั้งกะภาคแรก ยังไงก็ต้องจบอารมณ์ความรู้สคกกันต่อในโรงอย่างเลี่ยงไม่ได้  ไหนจะหนังซุปเปอร์ฮีโร่เรื่องใหม่ๆที่โปรดักชั่นน่าสนใจจนนักดูหนังน้ำลายสอ  หนังซัมเมอร์หวังทั้งเงินทั้งกล่องดาหน้าประดังประเดเข้ามา .... ไม่หมดตัวกันตั้งแต่ครึ่งปีแรกกับค่าตั๋วหนังก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้ว

 

หลายๆเรื่อง  หนูนิติดตามดูจากดารานำเป็นหลัก ชื่อผู้กำกับเป็นรอง เนื้อหาหนังกับโปรดักชั่นประกอบ .... ไม่รู้ทำไมพอแก่ตัวขึ้นอย่างนี้ มีความต้องการอยากดูหนังที่แปลกกว่าที่ผ่านๆมาตลอด  จนเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยจะมีใครอยากไปดูหนังเป็นเพื่อนด้วยแล้ว  ก๊วนที่ชวนกันไปดูหนังกันเป็นประจำตอนนี้ก็ไม่ค่อยจะว่างตรงกันนัก  แถมพอจะไปดูคนเดียวพระมารดาท่านก็ไม่ยอมเสียอีก(หลังจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ที่ดูจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินบ่อยครั้ง)  ครั้นจะชวนพ่อแม่ไปดู เรก็ทราบดีว่าหนังแบบนั้น ท่าทางท่านพ่อท่านแม่อาจจะหลับคาโรงได้ .... เหมือนเปลี่ยนที่นอน 555+

 

เหมือนว่ายิ่งแก่ ความคิด ความพึงพอใจจากมหรสพประเภทภาพยนตร์นั้นจะต้องเพิ่มระดับความคุ้มค่าให้สมค่าตั๋วหนังที่จ่ายไป  แต่ก่อน(สมัยวัยรุ่น) จะชอบดูหนังเอพิคฟอร์มยักษ์ระเบิดระเบ้อ ทุนสร้างมหาศาล โปรดักชั่นเว่อร์ๆ หรือพวกหนังบลอคบัสเตอร์ ระเบิดตู้มต้าม อาทิ ไททานิค เจมส์บอนด์ สตาร์วอร์ส เป็นต้น  เพราะคิดว่า เออ... คุ้มค่าตั๋วอ่ะ

 

แต่ตอนนี้ บางทีไปดูหนังอย่างข้างต้นก็ยังรู้สึกว่า .... จะหลับให้ได้ ตินั่นตินี่ ในใจ ยิ่งดูยิ่งจับผิดตัวหนัง ตัวบท การแสดงงันงี้ แม้มันจะระเบิดตูมตาม โปรดักชั่นอลังการงานสร้างขนาดไหน  น่าจะคุ้มค่าตั๋วแค่ไหน แต่กลับได้เพียงความผิดหลังออกจากโรงหนังมากขึ้นเท่านั้น   ขณะที่ไปดูหนังแนวหวังรางวัลที่เข้าน้อยโรง โปรดักชั่นไม่เว่อร ดาราไม่ค่อยดัง แต่การแสดงเนี๊ยบ บทดี กำกับดี ดนตรีประกอบเยี่ยม  กลับได้ความรู้สึกเต็มอิ่ม คุ้มค่า สุขใจกลับไปยิ่งกว่า อาทิ เรื่อง Little Miss Sunshine , Atonement (จำชื่อภาษาไทยไม่ได้ อิอิ) 

 

ช่วงหลังๆหนังฟอร์มยักษ์หลายๆเรื่องที่เข้าฉายบ้านเรา ทำให้เสียดายค่าตั๋วบ่อยๆ หรือก็เสียดายค่า DVD เถื่อนแผ่นละ 35-50 บาทที่ไปสอยมาจากแม่สาย เพราะดูในโรงไม่ทัน  อาจมีบางเรื่องที่ ดูแล้ว ... เฮ้ย... มันเจ๋งกว่าที่คิด ก็มีประปราย เช่น Wanted , Ironman, Wall-E ที่น่าจดจำในปีที่แล้ว

 

ว่ากันถึงเรื่องหนังปี 2009 มีหลายเรื่องที่อยากดูจนแทบขอดูวันแรกที่เข้าฉายจะได้มั้ยคะ... หนูนิเป็นคนพอจะบ้า อยากดู ก็ต้องขอดูภายใน 3 วันแรกของการเข้าฉาย ไม่รู้ทำไม  555+  หนังภาคต่อปีนี้เยอะแยะมากมาย แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ หนังภาคต่อที่อยากดูด้วยคุณภาพของภาคก่อนหน้า  กับ กลุ่มที่เป็นภาคต่อที่จริงๆก็ไม่ได้ปะทับใจภาคแรกหรอกนะ แต่ยังไงก็คงดูภาคต่อเพราะไม่งั้นจะค้างคา

 

กลุ่มหลังเนี่ย ก็อาทิเช่น Harry Potter ภาค 6 เรียกว่าด้วยอานิสงค์ผลบุญของหนังสือที่ทำมาดี เรียกน้ำตาคนอื่น(เช่นอิชั้นได้ชะงัด  ร้องไห้ตาบวมยันเช้า เพราะนอนอ่านฉบับภาษาอังกฤษโต้รุ่ง) แม้หนังทั้ง 5 ภาคทำออกมาได้อย่างเสียดายงบประมาณที่มากเสียจนซื้อประเทศเล็กๆได้แถมยังเหลือพัฒนาประเทศโลกที่สามไปได้อีกหลายปีดีดัก  แต่ไหนๆก็อุดหนุนมาตลอด พลาดภาค 6 ไปเดี๋ยวจะเหมือนคนทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แถมหลงเสน่ห์หนุ่มเตี้ยอย่างแดเนียลมานานแล้ว ยังไงก็ต้องไปดูในโรง

 

 กลุ่มที่น่าดูเพราะเชื่อในคุณภาพ นึกไปนึกมาก็เหมือนน้อยนะเนี่ย เท่าที่นึกออกก็เป็น Wolverine ที่ไม่ใช่ภาคต่อ แต่อย่างน้อยพี่ฮิวจ์ก็แตกหน่อออกมาจากแฟรนไชส์ X-men ได้อย่างสมศักดิ์ศรี เท่าที่ดูจากตัวอย่างหนังแล้ัว คิดว่าแค่ไปชม(คุณภาพ)กล้ามพี่แก แค่นี้ก็น่าจะคุ้มค่าตั๋ว 5555+ คือจริงๆก็ปลื้มผลงานของ ฮิวจ์ อยู่แล้วเป็นทุนเดิม

 

อีกเรื่อง คือ Transformer : Revenge of the Fallen การกลับมาของหนุ่มไชอากับ ผู้กำกับอีกในดวงใจ ไมเคิล เบย์  จากภาคแรกที่ทำไว้ได้ดีมากๆ  เพราะเป็นการฟื้นตัวของผู้กำกับสไตล์ตู้มต้ามถลุงงบประมาณหนังได้คุ้มค่าทุกเม็ดบนจอจริงๆจนคนดูแทบกระเด็นตมแรงเอฟเฟคต์หนัง แต่พี่ท่านก็เทพในงานด้านสไตล์การถ่ายภาพ การจัดแสง ตัดต่อเสียงได้เนียน และงานแม้จะมาตามสูตรสำเร็จหนังประเภทฮีโร่กึ่งๆ ก็ทำได้ดี และ ที่ดีสุดๆก็คือ ทำให้ เหล่า Transformers ในหนังมีชีวิตขึ้นมาได้อย่างน่าเชื่อถือ สมจริง และมีหัวจิตหัวใจ หาใช่เพียงโลหะที่ทำลายได้ยากเย็นเท่านั้น  ฉะนั้นการคาดหวังภาคต่อ .... บอกตามตรงว่า ไม่ควรจะผิดหวังเลยทีเดียว

 

อีกกลุ่มของหนังปี 2009 ที่น่าจับตามอง คือ หนังซุปเปอร์ฮีโร่ เรื่องใหม่ๆ ที่ได้รับการคาดหมายว่าน่าจะทำสถิติ หรือ ลบภาพฮีโร่เดิมๆที่ผุดกันมาเหมือนดอกเห็ดขึ้นราในช่วง 3-4 ปีหลังมานี้  และเรื่องที่เด่นมากที่สุดนั้นก็คือ Watchmen

 

ทำไมน่ะเหรอ ... เพรานี่คือหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่ไม่เหมือนที่คุณเคยเห็นบนจอเงินมาก่อนเลยนะสิ  มุมมองดั้งเดิมของการ์ตูนมาร์เวลเรื่องนี้ก็โดดเด่นและสร้างชื่อเสียงมาแต่แรกอยู่แล้ว  ประกอบกับตัวอย่างหนัง ใบปิด มุมมองของผ้กำกับและนักแสดงก็แปลกใหม่ และ เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณจนทำให้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่หนังเรื่องนี้มี คือ คุณภาพคับจอ จริงๆ

 

หากมีเวลาคงมาพูดถึง Watchmen แบบเต็มๆได้ แต่วันนี้คงได้แค่ลงตัวอย่างใหม่ล่าสุดเวอร์ชั่นฉายโปรโมทในญี่ปุ่น

 

แล้วเจอกันใหม่ ... คราวหน้าจะมาพูดถึงเกี่ยวกับ Up แอนิเมชั่นล่าสุดของค่ายพิกซาร์ที่ลุ้นว่าจะเบียด Wall-E มาเป็นอันดับหนึ่งของแอนิเมชั่นในใจเราได้หรือไม่ ... ติดตามกันนะคะ

 

edit @ 7 Jan 2009 12:17:34 by ~ Alizella ~

2007/Dec/19

เป็นซีรีย์เกาหลีที่บทดีมาก .. มันไม่ค่อยเพ้อฝันหรือน้ำเน่าฟูมฟาย แถมเน้นฮาเหมือนการ์ตูน แต่ดูแล้วหลายๆประเด็นมันก็สร้างกำลังใจให้คนดูได้เยอะมาก

การแสดงเป็นจุดเด่นมากๆ ตอนแรกนึกว่าดูละครตลกแต่ดราม่าก็เด่นมาก นางเอกยุนอึนเฮน่ารักสดใสและทุ่มเทกับบทนี้ ดูแล้วเออ...เป็นผู้ชายจริงๆนะเนี่ยนะ ท่าทางการเดิน เสียงพูด ฯลฯ ทำให้ไม่ตะขิดตะขวงใจแม้แต่น้อยที่จะเชื่อปักใจว่าพระเอกเนี่ยหูฝาดตาถั่วของจริงถึงทึกทักเอาเองว่านางเอกน่ะเป็นผู้ชายอ้อนแอ้นตั้งแต่แรกเห็น

บทตัวละครอื่นก็เรียกว่ามีความลึกและเสน่ห์ชวนติดตามตลอดทั้งตอน

17 ตอน + ตอนพิเศษ ...อ๊า~~~ ดูแล้วเป็นกาแฟที่หอมกรุ่นความสุขสุดๆเลยล่ะค่ะ 

เลยเอาเบื้องฮาๆมาฝาก...อยากรู้ภาษาเกาหลีจริงจริ๊ง



Dewicetoni
View full profile